Home » องค์ความรู้การเกษตร » วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฯ บ้านบ่อม่วง ผลงานดีที่ 1 ระดับเขต

 

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฯ บ้านบ่อม่วง ผลงานดีที่ 1 ระดับเขต

 

เธฃเธงเธกเธเธฅเธธเนˆเธก           ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 เพื่อให้ผู้ประกอบกิจกรรมของชุมชน เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆ  ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกัน และรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าว  ขึ้นทะเบียนในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง  เพื่อสร้างรายได้ และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชน และระหว่างชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและข้าวบ้านบ่อม่วง
หมู่ที่ 8 ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม  จังหวัดชัยนาท อีกกลุ่มหนึ่งของจังหวัดชัยนาท ที่สมาชิกได้ร่วมกันพัฒนางานไปได้อย่างน่าชื่นชม  ซึ่งผลงานรับรู้ได้ด้วยรางวัลที่ 1 จากผลการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับเขตที่ 1 ปี 2557  โดยสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 จังหวัดชัยนาท  ดำเนินการประกวดวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว ระหว่างวันที่ 19-26 มิถุนายน 2557 เพื่อคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดี เน้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยมีนางอ้อมทิพย์  สุทธิพงศ์เกียรติ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 จังหวัดชัยนาทเป็นประธานกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานภาคี 5 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ

นายหัตถี การภักดี  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและข้าวบ้านบ่อม่วง เปิดเผยว่า ได้รวมกลุ่มของเกษตรกรในชุมชน เพื่อทำกิจกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นลำดับแรก เนื่องจากเกษตรกร หมู่ที่ 8 บ้านบ่อม่วง ตำบลสุขเดือนห้า เพื่อต้องการ ลดต้นทุนการผลิตโดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง จากวัสดุที่มีในท้องถิ่น พัฒนาจากลักษณะเป็นผงด้วยการผลิตเป็นปุ๋ยปั้นเม็ด ได้ดำเนินการขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน เมื่อวันที่  3  ตุลาคม 2551 ชื่อ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ หมู่ที่ 8 บ้านบ่อม่วง รหัสทะเบียนเลขที่ 1-18-08-03/1-0002  โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอเนินขาม เป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน

หลังจากนั้นสมาชิกในกลุ่มฯ ได้เล็งเห็นว่ากิจการของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์อยู่ในระดับดี ประกอบกับมีลานปูนซีเมนต์ และสมาชิกส่วนใหญ่ปลูกข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเมื่อนำข้าวเปลือกไปสีกับโรงสีข้าว ดังนั้นจึงต้องการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกในครัวเรือน จึงคิดต่อยอดกิจการโดยการจัดตั้งกลุ่มขึ้น  เพื่อรับบริการสีข้าวเปลือกแก่เกษตรกรในชุมชน และชุมชนใกล้เคียง โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 ปี 2554 จำนวนเงิน 517,900 บาท  (เครื่องสีข้าวพร้อมอาคารโรงเรือน) และได้ดำเนินการขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 ชื่อ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและข้าว รหัสทะเบียนเลขที่  1-18-08-03/1-0004 โดยมีสมาชิกเริ่มก่อตั้ง 12 ราย ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 79 ราย เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนจากเศรษฐกิจตกต่ำ  ส่งเสริมให้สมาชิกเรียนรู้วิธีการทำงานในรูปแบบของกลุ่มตามระบอบประชาธิปไตย ในการนี้ได้เกิดความคิดริเริ่มร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต ได้แก่ การพัฒนาการสีข้าวให้ได้ข้าวต้นในปริมาณที่มาก การคิดพัฒนาเครื่องบรรจุภัณฑ์แบบดูดอากาศราคาประหยัด อีกด้วย จากการดำเนินงานที่ผ่านมามุ่งหวังเพื่อการให้บริการสีข้าวเปลือกแก่เกษตรกรในชุมชน และชุมชนใกล้เคียง  ผลพลอยได้จากการสีข้าว คือ รำ และปลายข้าวจะจำหน่ายเป็นรายได้ของกลุ่มต่อไป

การดำเนินงานไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร  แต่ต้องการให้กลุ่มอยู่ได้ด้วยตัวเอง และยั่งยืน โดยมุ่งหวังการดำเนินกิจการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการสีข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือนมากกว่าการสีข้าวเพื่อจำหน่าย  ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้การผลิตข้าวปลอดภัยและได้มาตรฐาน ผลที่ได้รับคือสมาชิกปลูกข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือน จึงเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยจากสารพิษ เมื่อเหลือจึงนำไปจำหน่ายต่อไป  นอกจากนี้กลุ่มยังถ่ายทอดให้ความรู้และเทคนิคในการตากข้าวเพื่อให้ได้ปริมาณข้าวต้นเพิ่มขึ้น  การให้บริการสีข้าวมีขั้นตอนการผลิตคือ เมื่อสมาชิก หรือ บุคคลทั่วไป นำข้าวเปลือกมาสีที่โรงสีของกลุ่มจะได้เงินคืน (ค่าหัวเกวียน) กิโลกรัมละ 40 สตางค์ หรือ เกวียนละ 400 บาท ทางกลุ่มจะดำเนินการสีข้าวตามลำดับก่อน-หลัง โดยกลุ่มจะได้ผลพลอยได้จากการสีข้าว คือ รำ และปลายข้าว นำไปจำหน่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการต่างๆ ของกลุ่ม ซึ่งงบดุลของกลุ่ม ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ถึง 24 ธันวาคม 2556 มีสินทรัพย์รวม 728,866 บาท  และมีกำไรสะสม  256,959  บาท

นายธีระศักดิ์  ขุมเงิน เกษตรจังหวัดชัยนาท  กล่าวเสริมว่า  เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ  จึงขอให้ร่วมกันพัฒนากิจกรรมของกลุ่มมีความหลากหลาย เชื่อมโยง อย่างเกื้อกูลกัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาความยากจน และเกิดความรักความสามัคคีของชุมชนได้อย่างครอบคลุมและยังยืนได้ โดยแต่ละท้องถิ่นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาชีพหลัก สภาพแวดล้อม หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิสังคม และภูมิปัญญาที่สั่งสมมา โดยให้สมาชิกร่วมหาคำตอบในเรื่อง “ทำเพื่ออะไร ใครใช้ ใครซื้อ ตลาดอยู่ที่ไหน ระดับใด” ภายใต้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะทำ ความรู้ความสามารถ และวัตถุดิบที่เพียงพอ

ชัด  ขำเอี่ยม/รายงาน

 

 

No comments

Be the first one to leave a comment.

Post a Comment